^^ขาย เครื่องเสียงกลางแจ้ง เพาเวอร์แอมป์ Atprosound.com บอกเลยงานดีมาก

  • 0 ตอบ
  • 8 อ่าน
  - การทำงานของ เพาเวอร์แอมป์ คลาส AB -
เพาเวอร์แอมป์เป็นเครื่องมือที่สำคัญมาก ในระบบเสียงที่ใช้ขับลำโพงให้มีเสียงดังออกมาก วันนี้เราจึงมาเสนอแนะแนวทางการทำงานของ เพาเวอร์แอมป์ คลาส AB ที่ใช้กันอยู่ทั่วๆไปให้แก่ท่านทราบกัน เพาเวอร์แอมป์คลาส AB คือ การประสมประสานรูปแบบการทำงานของ คลาส A รวมทั้ง คลาส B เข้าด้วยกัน งั้นอันดับแรกเรามารู้จัก เพาเวอร์แอมป์คลาส A รวมทั้ง B กันก่อน เครื่องเสียงกลางแจ้ง

     

เยี่ยมชมเว็บไซต์และผลิตภัณฑ์ Mixer https://www.atprosound.com/product-category/pa-system/

     - เพาเวอร์แอมป์ คลาส A -
เพาเวอร์แอมป์คลาส A เป็นวงจรขยายเสียงแบบเรียบง่ายโดยจะใช้ทรานซิสเตอร์ขยายสัญญาณเพียงแค่ตัวเดียว โดยทรานซิสเตอร์จะถูกไบอัสกระแสอยู่ตลอดเวลาถึงจะไม่มีสัญญาณเสียงเข้ามา จึงส่งผลให้เกิดความร้อนต่อทรานซิสเตอร์สูง จึงทำให้มีคุณภาพต่ำ หรือ ได้กำลังวัตต์น้อยนั้นเอง แต่ข้อดีของภาคขยายแบบคลาส A คือ ให้ลาดละเอียดเสียงที่ดี ความผิดพลาดฟั่นเฟือนของเสียงต่ำมาก เพาเวอร์แอมป์คลาสนี้ปัจจุบันหาได้ยากมากมาย จำนวนมากจะอยู่ในระบบเสียง Hi-End สะจำนวนมาก เพาเวอร์แอมป์

     - เพาเวอร์แอมป์คลาส B -
เพาเวอร์แอมป์คลาส B เป็นวงจรขยายเสียงที่อาศัยการทำงานแบบ Push-Pull (ผลัก-ดึง) โดยจะใช้ทรานซิสเตอร์ 2 ตัว โดยตัวนึ่งเป็นแบบ NPN ปฏิบัติภารกิจขยายสัญญาณเสียงสัญญาณที่มีแอมพลิจูด ทางด้านบวก และก็ ใช้ทรานซิสเตอร์แบบ PNP ปฏิบัติหน้าที่ขยายสัญญาณเสียงที่มีแอมพลิจูด ทางด้านลบ วงจรจะทำงานต่อเมื่อมีสัญญาณเสียงเข้ามาเท่านั้น วงจรขยายเสียงคลาส B มีคุณภาพสูงขึ้นยิ่งกว่า คลาสA แต่ข้อเสียหมายถึงมีความผิดบ้าสูงเนื่องจากว่าจุดต่อระหว่างสัญญาณด้านบวกและลบ(crossover distortion ) เป็นจุดที่กระตุ้นให้เกิดความบ้าสูง ปัจจุบันนี้กล่าวได้ว่าไม่มีเพาเวอร์คลาส B อยู่เลยก็ว่าได้ Mixer

   

     - เพาเวอร์แอมป์คลาส AB -
เพาเวอร์แอมป์คลาส AB อย่างที่กล่าวเอาไว้ข้างต้นว่า เพาเวอร์แอมป์คลาส AB เป็นการประสมประสานจุดเด่นของแอป์ คลาส A แล้วก็ B เอาไว้รวมกันเพื่อมีคุณภาพสูงขึ้นยิ่งกว่าคลาส A รวมทั้ง ข้อผิดพลาดสติไม่ดีน้อยกว่าคลาส B โดยวงจรขยายจะใช้การทำงานแบบ Push-Pull (ผลัก-ดัน) โดยจะใช้ทรานซิสเตอร์ 2 ตัว โดยตัวนึ่งเป็นแบบ NPN ปฏิบัติหน้าที่ขยายสัญญาณเสียงสัญญาณที่มีแอมพลิจูด ทางด้านบวก แล้วก็ ใช้ทรานซิสเตอร์แบบ PNP ปฏิบัติหน้าที่ขยายสัญญาณเสียงที่มีแอมพลิจูด ทางด้านลบ ราวกับคลาส B แม้กระนั้นจะกระทำการแก้ไข้เรื่องความผิดพลาดฟั่นเฟือนรอยต่อระหว่างสัญญาณส่วนบวกและลบ(crossover distortion ) โดยการไบอัสกระแสให้กับทรานซิสเตอร์ไว้ต่ำๆเพื่อช่วยลดความผิดบ้า ก็เลยทำให้ได้คุณภาพเสียงใกล้เคียงกับคลาส A แต่ความร้อนน้อยกว่าคลาส A และก็ เพาเวอร์แอมป์คลาส AB พูดได้ว่าเป็นที่นิยมนิรันดรของทุกแวดวงเสียง สามารถขับเสียงได้ทุกเขตเสียง รวมทั้ง ที่สำคัญคลาส AB เป็นพื้นฐานของเพาเวอร์คลาสฯลฯ ดังเช่นว่า คลาส G , คลาส H , คลาส TD , คลาส HD แล้วก็ EEEngine เป็นต้น

     - ไมค์ DPA 4099 2 สี แตกต่างอย่างไร ?
ถ้าหากเข้าไปที่หน้าเว็บ AT แล้วเสิร์ชหา DPA 4099 จะพบว่า มีไมค์ DPA 4099 อยู่ 2 สี คือ เหลือง กับแดง แล้วหากจำเป็นจะต้องซื้อ จะซื้อสีไหน ?

     - DPA 4099 เป็นไมค์จ่ออุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรี ประสิทธิภาพสูง
ออกมาทั้งปวง 2 รุ่น สำหรับเพื่อการใช้งานอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีต่างจำพวกกัน

     

     - โดยเริ่มจาก DPA CORE 4099 for Lund SPL DC-1 หรือ สีแดง
เป็นไมค์สำหรับรับอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีทุกจำพวก เหมาะกับดนตรีคลาสสิก ดังเช่นว่า ไวโอลิน, เปียโน, กีต้าร์โปร่ง, แซกโซโฟน, เชลโล่, คลาริเน็ต, ฟลูต ฯลฯ รับเสียงพีคได้ถึง 142 dB ซึ่งถือว่ามากพอสำหรับเครื่องดนตรีชนิดคลาสสิก จากที่ยกตัวอย่างไป ไมโครโฟน

     - ส่วน DPA CORE 4099 for Extreme SPL DC-2 หรือ สีเหลือง
เป็นไมค์สำหรับรับเสียงเครื่องดนตรีที่ดังมากๆได้แก่ กลอง, ทรัมเป็ต, ทรอมโบน และก็เครื่องลมทองเหลืองอื่นๆรับเสียงพีคได้ถึง 152 dB ซึ่งนับว่ามากพอสำหรับอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีชนิดร็อคแบนด์ ตามที่ยกตัวอย่างไป แล้วก็ยังเป็นรุ่นที่วงร็อคระดับนานาชาติอย่าง Metallica เลือกใช้สำหรับในการจ่อกลองชุด สำหรับทัวร์การแสดงดนตรีด้วยนะครับ

     - ราคา 29,760 บาท เท่ากันทั้งยัง 2 รุ่น
จะได้ ไมค์ 4099 1 ตัว แล้วก็คลิปหนีบตามประเภทเครื่องดนตรีที่อยากได้ 1 ชิ้น

Tags : เครื่องเสียงกลางแจ้ง,Mixer,ไมโครโฟน